การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4: เทคโนโลยีพลิกโลก


 การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4: เทคโนโลยีพลิกโลก 


ที่มา : https://today.line.me/th/article/การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่+4-w9JM1G

        เรากำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา โดยมีลักษณะเด่นคือ ระบบอินเทอร์เน็ตทีแพร่หลายมากขึ้น มีการพัฒนาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเช่นเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กลงแต่ทรงพลังมากขึ้น และมีราคาที่ถูกลง รวมทั้งมีการคิดค้นปัญญาประดิษฐ์และจักรกลเรียนรู้ 

Digital Technologies ที่กำลังเกิดขึ้นในยุคใหม่นี้จะมีความซับซ้อนและบูรณาการกันได้ดีมากกว่าเดิม ส่วนในการผลิต เทคโนโลยีจะเข้าไปช่วยทำให้เกิด “โรงงานอัจฉริยะ” ที่ระบบการผลิตทั้งที่เป็นกายภาพและระบบเสมือนทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น นอกจากนี้เรายังพบการพัฒนาที่ก้าวหน้ากว่ายุคใดในอดีต เช่น การจัดลำดับพันธุกรรม นาโนเทคโนโลยี พลังงานทดแทน คอมพิวเตอร์ระบบควอนตัม เป็นต้น จะเกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีทั้งในด้านกายภาพ ดิจิทัล และชีวภาพ


โลกของเราผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมมา 3 รอบแล้วก่อนหน้านี้ คือ

ครั้งที่ 1 ที่เรารู้จักกันดีคือการค้นพบเครื่องจักรไอน้ำ การปฏิวัติอุตสาหกรรมในครั้งนี้ส่งผลให้หลายประเทศมีการเติบโตของเศรษฐกิจและความมั่งคั่งสูงขึ้น รวมถึงยุคล่าอาณานิคม

ครั้งที่ 2 การค้นพบไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายใน  วัสดุเคมีภัณฑ์ การเดินทางทางอากาศ ทำให้โลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

ครั้งที่ 3 การปฏิวัติระบบดิจิตอล (คอมพิวเตอร์, Smart Phone เป็นต้น) ก็เปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของคนให้สะดวกสบายและเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น

และการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4 (The Fourth Industrial Revolution, 4IR) เป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ที่ทั้งรวดเร็วและทำให้เกิดการ disruption ในวงกว้างกว่าครั้งไหนๆ

    จุดเด่นของอุตสาหกรรม 4.0 คือการที่เครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเครือข่ายผ่านอินเทอร์เน็ต จึงสามารถแบ่งปันข้อมูลข่าวสารถึงกันหมด รวมทั้งสามารถใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกันได้ เครื่องจักรกลสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 จะมีความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในด้านการทำงานด้วยตนเอง ความยืดหยุ่น และการปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขการผลิต รวมทั้งมีความสามารถในการตรวจสอบและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ นอกจากนี้เครื่องจักรในอนาคตจะมีโปรแกรมสำหรับตรวจสอบและดูแลสภาพของเครื่องจักรเพื่อยืดอายุการทำงาน อันจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการผลิตและประเมินประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องจักร


              ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับคำกล่าว  “One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us”  ของ Klaus Schwab

    ถึงแม้ว่าโลกจะพัฒนาไปไกลขนาดไหนก็ตาม แต่ความเลื่อมล้ำยังคงมีอยู่ ไม่ใช่ทุกคนจะมีต้นทุนเข้าถึงเทคโนโลยีและสามารถเปลี่ยนตามโลกได้ทัน




อ้างอิง
ดร.กฤษฎา เสกตระกูล.(2561).การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4.ค้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563.จากเว็บhttps://www.set.or.th/set/enterprise/article/detail.do?contentId=5475
พิพัฒน์ เพิ่มผัน.(2561).อุตสาหกรรม 4.0 ยุคของอุตสาหกรรมที่พึ่งพาเซ็นเซอร์และศูนย์ข้อมูลเป็นหลัก.ค้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563.จากเว็บhttps://www.theeleader.com/digital-transformation/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-4-0-censor-and-data-center/



ความคิดเห็น

  1. เนื้อหากระชับดีค่ะ อ่านง่าย ฉันมองข้ามจุดนี้ไปเลยค่ะว่าถึงแม้เทคโนโลยีจะไปไกลมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ก้าวตามทัน ในสังคมเรายังคงมีความเหลื่อมล้ำอยู่มากจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
  2. แล้วยิ่งถ้าใช้เทคโนโลยีแทนมนุษย์มากเท่าไหร่ความเลื่อมล้ำก็จะยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้นอีกเท่าตัว

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ20 สิงหาคม 2563 เวลา 07:37

    ความเหลื่อมล้ำนี่เป็นปัญหาทั้งในสังคมปัจจุบันและยังคงเกิดขึ้นในอนาคตอีกจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
  4. การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4 มีประโยชน์มากจริงๆค่ะ แต่ก็มาพร้อมกับความเหลื่อมล้ำจริงๆค่ะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม