Data Science or Bussiness by ดร.ต้า Skooldio
มุมมอง Data ในการทำธุรกิจ
ดร.ต้า Skooldio
"ไม่มี Data ในวันนี้คุณแพ้แน่นอน"
แจ็ค หม่า ก็เคยกล่าวไว้ว่า “Data is the new oil.” คือขุมทรัพย์แห่งใหม่ คือน้ำมันที่มีมูลค่ามหาศาล บางคนถึงกับพูดว่า ถ้าไม่มี Data ก็เหมือนคนตาบอด มองอะไรไม่เห็น
สรุปประเด็นจาก Podcast ของ The Standard เคน นครินทร์ คุยกับ ดร.ต้า-วิโรจน์ จิรพัฒนกุล อดีต Data Scientist ของเฟซบุ๊คและ CEO ของ Skooldio สถาบันสอนเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ

1.Data Science คืออะไร
มีนิยามไม่ชัด มีการนำเอาข้อมูลมาสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เป็น job ที่วิวัฒนาการ เป็นtermที่ใช้ในบริษัทเทคโทโลยี คนที่เป็น Data Scientist ต้องเขียนโปรแกรมได้
2.ทำไมต้องนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบัน

ที่มา : forsmarthotels.com
ในอดีตเราก็ใช้ เช่น เจ้าของร้านรู้จักลูกค้า รู้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหนหรือไม่ชอบแบบไหน ต่อมาในปัจจุบัน แทนที่ข้อมูลจะอยู่ในหัวเจ้าของร้านเช่นเดิม ก็สามารถนำมาใช้ได้โดยอัตโนมัติ ใครๆก็สามารถทำได้ เช่น กรอกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์แล้วจ้างลูกจ้างมาดูแลร้าน
3.ถ้าไม่นำมาใช้จะเกิดอะไรขึ้น
หลักๆ ถือว่าเป็นการเสียโอกาส อย่างน้อยถ้ามีข้อมูลเราจะมีทิศทางในการดำเนินงานมากขึ้น จะได้รู้ว่าควรเดินไปทางไหน
4.เริ่มยังไงดี
เริ่มที่เก็บข้อมูลที่ละเอียดและตอบโจทย์เป้าหมายของธุกิจเรามากขึ้น เราอยากจะทำอะไร เมื่อเรารู้ข้อมูลมากขึ้นก็ทำกำไรได้มากขึ้น เช่น ทุกครั้งที่กดไลค์คือการให้ข้อมูลเฟซบุ๊ค ทุกเพจที่กดเฟซบุ๊คจะเก็บข้อมูลเอาไว้ว่าเราชอบสิ่งไหน สนิทกับเพื่อนคนไหน
5.ทำอย่างไรให้องค์กรเป็น Data Driven
1.เก็บข้อมูล ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลที่คนอยากได้ ข้อมูลที่ต้องใช้ เช่น โฆษณาบนเฟซบุ๊ค
2.เครื่องมือ เราต้องมีเครื่องมือสามารถนำเอาข้อมูลมาใช้ได้ง่ายๆ
3.ความรู้ ต้องวิเคราะห์เป็นและถูกต้อง เพื่อตัดสินใจได้ง่าย บางทีก็ต้องมีคนที่มีความรู้เฉพาะทางมาช่วย
6.ดร.ต้า มองอนาคตของการใช้ Data อย่างไร
คนตามไม่ทันต้องรีบ คนที่ไม่ใช้แพ้ชัวร์ เรื่องยากๆ อย่าง Ai จะถูกทำให้ง่ายขึ้น ในอนาคตจะมีบริษัทที่ทำบริการตรงนี้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีทีมใหญ่ในการทำระบบขึ้นมา สุดท้ายแล้วส่วนที่ยากที่สุดต้องบอกให้ได้ว่าเราควรจะทำอะไรข้อมูล
เราจะเห็นว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการนำ data มาใช้ทำธุรกิจแต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะนอกจากเราจะมี data ในมือแล้ว data ของเราก็ต้องถูกต้องตอบโจทย์ทิศทางของธุริกิจเราด้วย ค่อยๆ เริ่มจากการศึกษาข้อมูลทีละนิดอย่างละเอียดและหัดวิเคราะห์ความนิยมในตลาดที่เราต้องการจะทำธุรกิจซึ่งตัวอย่างที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของเราก็คือ ads บน facebook ตัวเราเองก็เคยบ่นๆ อยากได้สินค้าชิ้้นนึง ไม่นานหน้าฟีดของเราก็เต็มไปด้วยสินค้าชิ้นนั้นค่ะ



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น